บริการ SPLICE ทดสอบ เข้าหัวสาย FIBER OPTIC

บริการรับ สไปสายไฟเบอร์ ( เชื่อมต่อสายไฟเบอร์ ) Splice สาย Fiber optic ใยแก้วนำแสง รับเข้าหัวสาย Fiber ด้วยเครื่อง Fujikura 12s และ Link UF-2842A โดยทีมงานมืออาชีพ รวมถึง รับทดสอบ สายไฟเบอร์ออฟติก OTDR Report Fiber ออก Report สาย Fiber

บริษัท เพอโซเน็ท จำกัด ให้บริการ ติดตั้งไฟเบอร์ออฟติก ติดตั้งกล้องวงจรปิด เดินสายแลน ติดตั้งระบบ network ทดสอบสายแลน
สนใจติดต่อ โทร : 081-839-0789 E-mail : [email protected]

บริการ SPLICE ทดสอบ เข้าหัวสาย FIBER OPTIC

วิธีการอ่านค่าผลทดสอบสายใยแก้วนำแสง ( Fiber Optic Cable)

ค่าต่างๆที่อ่านได้ในผลทดสอบ

  1. ค่า A-B Distance คือ ค่าความยาวของสายใยแก้วนำแสงที่ทำการวัดได้จากการติดตั้ง หน่วยเป็น เมตร (m)
  2. ค่า A-B Loss คือ ค่าการลดทอนสัญญาณของสายใยแก้วนำแสงที่ทำการวัดได้จากการติดตั้ง หน่วยเป็น เดซิเบล (dB)
    หมายเหตุ
อ่านค่าผลทดสอบสายใยแก้วนำแสง
ตารางแสดงค่า Optical fiber cable transmission performance parameters (ANSI/TIA-568-C.3)

• ตามมาตรฐาน ANSI/TIA-568-C.3 Cable Loss ของสายใยแก้วนำแสง ชนิด Single mode จะมีค่าประมาณ 0.0005dB/m (1310nm) และ 0.0005dB/m (1550nm) ส่วนสายใยแก้วนำแสง ชนิด Multimode จะมีค่าประมาณ 0.0035dB/m (850nm) และ 0.0015dB/m (1300nm)
• ตามมาตรฐาน ANSI/TIA-568-C.3 Connector Loss ของในแต่ละหัวต่อจะมีค่าไม่เกิน 0.75 dB
• ตามมาตรฐาน ANSI/TIA-568-C.3 Splice Loss ของในแต่ละจุดเชื่อมต่อจะมีค่าไม่เกิน 0.3 dB

สูตรที่ใช้ในการคำนวณ Channel Loss = (Cable Loss x Length) + (Connector Loss x Point) + (Splice Loss x Point)

วิธีการคำนวณค่า Channel Loss

  1. นำค่า Cable Loss ของสายใยแก้วนำแสงแต่ละชนิด (dB/m) x ค่า A-B Distance ของสายใยแก้วนำแสง (m)
  2. นำค่า Connector Loss (dB) x จำนวนจุด
  3. นำค่า Splice Loss (dB) x จำนวนจุด
  4. นำค่าที่ได้ใน ข้อที่ 1 + ข้อที่ 2 + ข้อที่3
    ดังนั้นจะได้ค่า Channel Loss ที่ได้จากการคำนวณ เพื่อนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับค่า A-B Loss ที่วัดได้จากเครื่อง OTDR

ตัวอย่างที่ 1 การคำนวณค่า Channel Loss ของสายใยแก้วนำแสงชนิด Multimode ที่ความยาวคลื่น 850nm ความยาวสาย 200 m มีจุดต่อ Connector 2 จุด โดยไม่มีจุดต่อแบบ Splice
1. (Cable [email protected] x Length(m))  = (0.0035 dB/m x 200 m)        = 0.70 dB
2. (Connector Loss x Point)                     = (0.75 dB x 2 Point)                   = 1.5 dB
3. (Splice Loss x Point)                              = (0.3 dB x 0 Point)                      = 0 dB
เพราะฉะนั้น Channel Loss                           = ( 0.70 dB + 0 dB+ 1.5 dB )     = 2.2 dB

ตัวอย่างที่ 2 การคำนวณค่า Channel Loss ของสายใยแก้วนำแสงชนิด Single mode ที่ความยาวคลื่น 1310nm ความยาวสาย 1.2 km. มีจุดต่อ Connector 2 จุด และ จุดต่อแบบ Splice 2 จุด
1. (Cable [email protected] x Length(m))   = (0.0005dB/m x 1200 m)       = 0.6 dB
2. (Connector Loss x Point)                        = (0.75 dB x 2 Point)                   = 1.5 dB
3. (Splice Loss x Point)                                 = (0.3 dB x 2 Point)                      = 0.6 dB
เพราะฉะนั้น Channel Loss                              = (0.6 dB + 1.5 dB + 0.6dB)      = 2.7 dB

* ดังนั้น ค่า A-B Loss ที่อ่านได้จาก OTDR จะต้องมีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับค่า Channel Loss ที่คำนวณได้ จึงจะถือว่าผ่านตามมาตรฐาน

การดูรูปกราฟ

1. กราฟปกติ ที่ไม่มีจุดต่อสาย

ทดสอบเข้าหัวสาย fiber 1

2. กราฟปกติ ที่มีจุดต่อด้วย หัว Connector

กราฟทดสอบ เข้าหัวสาย fiber

3. กราฟปกติ ที่มีจุดต่อด้วยวิธีการ Splice

ต่อด้วยวิธีการ Splice

 

บริการด้วยทีมวิศวะกรเเละช่างผู้เชี่ยวชาญกว่า 10 ปี

Personet ผู้ให้บริการ รับติดตั้งเเละเดินสายไฟเบอร์ออฟติก รับเหมางานเดินสาย Fiber optic ติดตั้งไฟเบอร์ออฟติก รับเข้าหัว splice fiber optic งานเกี่ยวกับ fiber optic ทุกรูปแบบ บริการที่ดีที่สุด อันดับหนึ่งในวงการ

พื้นที่ให้บริการ

เราให้บริการ ทั่วประเทศ ทุกที่ ทุกเขต ในกรุงเทพฯ ทุกภูมิภาค ทุกจังหวัด เราไปหมด

สอบถามรายละเอียด บริการ SPLICE ทดสอบ เข้าหัวสาย FIBER OPTIC